15 กันยายน 2026 (แม่พระระทมทุกข์)
อีกหนึ่งวันที่อยู่ด้วยกัน
15 กันยายน 2026 (แม่พระระทมทุกข์)
อีกหนึ่งวันที่อยู่ด้วยกัน
เขียนโดย don Pietro Virote Phosawang ที่ 05:32 0 ความคิดเห็น
รวมรุ่นแสงธรรม 26
ปี 2026 ที่เชียงใหม่
วันที่ 14 กันยายน 2025
เริ่มต้นการพบปะกัน ด้วยอาหารเที่ยงที่ร้านเขยเชียงใหม่
ทักทาย พุดคุย และชนแก้วแห่งมิตรภาพ
มิตรภาพที่ไม่ได้ซื้อด้วยเงิน แต่ต้องใช้เงินเดินทาง...
เขียนโดย don Pietro Virote Phosawang ที่ 05:22 0 ความคิดเห็น
บทเทศน์
คำพูดที่ดูดีจึงไม่มีความหมาย หากไม่มีการปฏิบัติตาม
พระเยซูเจ้าทรงเล่าคำอุปมาเรื่องชายคนหนึ่งซึ่งมีบุตรชายสองคน
เขาบอกบุตรทั้งสองให้ไปทำงานในสวนองุ่น บุตรชายคนแรกตอบว่าเขาจะไม่ไป แต่ต่อมาเขากลับใจจากการปฏิเสธของตน
และไปทำงานในสวนองุ่นจริง ๆ เขาเป็นภาพแทนของบรรดาคนเก็บภาษีและคนบาปในที่สาธารณะ
ซึ่งครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า แต่ภายหลัง
เมื่อได้ฟังคำเทศนาของยอห์นผู้ทำพิธีล้างและของพระเยซูเจ้า พวกเขากลับใจ และจึงได้รับสิทธิที่จะรับรางวัลนิรันดร
บุตรชายคนที่สองกล่าวว่าเขาจะไป
แต่ไม่ได้ไป
เขาเป็นภาพแทนของบรรดาหัวหน้าสมณะ ผู้อาวุโส ธรรมาจารย์ และชาวฟาริสี
ด้วยความหยิ่งผยอง
และด้วยการปฏิเสธที่จะเชื่อฟังการเรียกร้องของพระเจ้าที่ทรงเชิญให้กลับใจผ่านทางยอห์นผู้ทำพิธีล้างและพระเยซูเจ้า
คนเหล่านี้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ผู้เคร่งศาสนา” กลับเป็นผู้ที่กีดกันตนเองออกจากรางวัลแห่งชีวิตนิรันดร
บทเรียนที่พระเยซูเจ้าทรงสอน ก็คือ
พระองค์กำลังทรงสอนพวกเขา และกำลังทรงสอนเราด้วยว่า
เราจำเป็นต้องตอบสนองต่อการกระทำแห่งความรอดของพระเจ้าที่ทรงกระทำเพื่อเราอย่างต่อเนื่อง
ด้วยคำตอบที่ไม่เปลี่ยนแปลงว่า “ใช่แล้ว พระเจ้าข้า” ทั้งด้วยคำพูดและด้วยการกระทำ
แม้บางครั้งเราจะพูดว่า “ไม่” แต่พระเจ้าก็ยังทรงประทานโอกาสมากมายแก่เราให้เปลี่ยนความคิดและเปลี่ยนแปลงจิตใจ เพื่อเราจะสามารถยอมรับพระเมตตาของพระองค์ด้วยความสำนึกคุณ ผ่านการกลับใจ การกลับคืนดี และการเชื่อฟังพระประสงค์ของพระองค์
คำพูดที่สวยหรู ไม่สู้กับการลงมือทำแค่ทีละนิด
หลายครั้งเรา มักจะเชื่อในคำพูด มากกว่า เชื่อในการกระทำ
หลายครั้งคำพูดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่การกระทำผลที่ออกมา มักจะใช้เวลานาน.. เราต้องรู้จักอดทนและรอคอยด้วยความหวัง
คำพูด มักจะง่ายๆ และทุกคนสามารถที่จะทำได้โดยไม่ต้องคิด แต่การกระทำต้องใช้เวลาในการคิด พิจารณาอย่างถี่ถ้วน จึงจะลงมือกระทำได้ เพื่อให้ผลงาน หรือ สิ่งที่ออกมานั้นมีคุณค่า
เขียนโดย don Pietro Virote Phosawang ที่ 05:04 0 ความคิดเห็น
ข้อคิดเตรียมจิตใจ
โอกาสประชุมคณะกรรมการเตรียมการแข่งขันวิชาการระดับมิสซัง
“ความรักของพระเจ้าปรากฏในความรักของมนุษย์”
จากพระวาจาของพระเจ้า พูดถึง
เริ่มต้น อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด พระวาจานี้ เป็นคำสั่ง
ไม่ใช่คำเชิญชวน เป็นคำสั่งให้ปฏิบัติ
ฟัง ไม่ใช่แค่ได้ยิน (ได้ยินก็แค่ผ่านๆ) ฟังเพื่อเปิดหัวใจ
เปิดใจเพื่อรับ พระวาจาของพระเจ้า เป็นการยอมรับพระองค์
และดำเนินชีวิตตามพระวาจานั้น
ฟัง
ก่อนจึงรัก
รักเป็น
รักถูกต้อง
พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ตรัสว่า ฟังพระเจ้าและฟังผู้อื่น
เพื่อสร้างสะพานและก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality)
วันนี้ เรามาฟังเสียงของกฎเกณฑ์ ฟังเสียงของระเบียบของการแข่งขัน
เพื่อแสดงออกความรักที่ปรากฎในความยุติธรรม
ที่เราแบ่งปัน
และหาข้อสรุปด้วยกัน เป็นการสร้างความพึงพอใจต่อกันและกัน
Synodality: Communion, Participation, Mission.
เขียนโดย don Pietro Virote Phosawang ที่ 09:59 0 ความคิดเห็น
ไตร่ตรองชีวิตสงฆ์
บวชเป็นพระสงฆ์ต้องกลายเป็นใคร?
เป็นตัวเอง หรือ
เป็นพระเยซูเจ้า
เลียนแบบชีวิตของพระองค์
หากบวชเป็นพระสงฆ์แล้วยังเป็นตัวเอง..
เราจะบวชไปเพื่ออะไร? บวชเป็นพระสงฆ์โดยไม่สละตัวเอง
โดยยังยึดแก่นกายของตัวเองเป็นสำคัญ เราจะไหวไหมกับงานและภาระหน้าที่ที่ไม่ใช่ของเรา
แต่เป็นของพระสงฆ์ที่อุทิศตนเพื่อคนอื่น
หากบวชเป็นพระสงฆ์แบบครึ่งๆ กลางๆ เราจะบวชเป็นพระสงฆ์เพื่ออะไร? บวชเป็นพระสงฆ์
ยังมีความเป็นคนบ้าง มีความเป็นพระบ้าง เป็นพระสงฆ์เวลาในมิสซา เป็นคนสามัญในเวลากลางคืน
เป็นพระสงฆ์เวลาอยู่วัด แต่เป็นคนธรรมดาเวลาอยู่ข้างนอก
บวชเป็นพระสงฆ์ต้องเลียนแบบชีวิตของพระเยซูเจ้าทั้งครบ
ติดตามพระองค์ เดินตามรอยเท้าของพระองค์ มีชีวิต ความคิด จิตใจ อารมณ์ มุมมองเหมือนพระองค์
พระเยซูเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดาด้วยการภาวนา
พระสงฆ์แท้จริงแล้ว ภาวนากี่ครั้ง? ภาวนาทุกวันไหม? หรือผัดวันประกันพรุ่ง หรือมีธุระ
หรือแค่ยกจิตใจขึ้นหาพระเจ้าก็เพียงพอแล้ว?
พระเยซูเจ้ามีเวลาภาวนา พระสงฆ์ล่ะ มีแต่เวลาทำงาน
กิน ดื่ม และพักผ่อน มีเวลาภาวนาอย่างสม่ำเสมอไหม?
พระเยซูเจ้าสอนและประกาศข่าวดีตลอดเวลา แล้วเวลาของพระสงฆ์ส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน?
อยู่กับใคร? และทำอไร?
พระเยซูเจ้าออกไปพบปะประชาชน อยู่กับประชาชน พระสงฆ์ออกจากวัดไปเยี่ยมสัตบุรุษแค่ไหน?
หรือว่าไปมาแล้ว หรือว่าไปทำไม ทำซ้ำไปซ้ำมาทำไม ไปครั้งเดียวก็พอ ไม่อยากรบกวนชาวบ้าน?
พระเยซูเจ้าต้อนรับทุกคน ทั้งคนจน คนรวย คนบาป คนทุกข์ยาก
ลำบาก คนไร้ศักดิ์ศรีในสังคม พระสงฆ์ลือกไหม? เข้าหาคนรวย ทิ้งคนยากจน เข้าหาคนที่พอใจ
เข้าหาคนที่ถูกใจ แต่ผลักไสคนคิดต่าง หันหลังให้คนที่ไม่พอใจ ไม่ฟังคนที่ไม่เห็นด้วย
พระเยซูเจ้าเยียวยาคนเจ็บป่วย รักษาคนเป็นโรคเรื้อน
บรรเทาใจคนที่มีความทุกข์ พระสงฆ์ยื่นเงินให้กับคนจนบ้างไหม? พระสงฆ์เจิมศีลคนป่วย
ยื่นมือให้ความช่วยเหลือบ้างไหม? หรือให้เพียงพระพรของพระเยซูเจ้า แต่สิ่งอื่นไม่เคยหยิบยื่นให้เลย
พระเยซูเจ้าเป็นผู้ให้ตลอดเวลา พระสงฆ์ย่อมต้องให้เสมอ
ให้ในสิ่งที่มี แม้เล็กน้อย แม้นิดหน่อย แต่ให้ในน้ำใจและในนามของพระเยซูเจ้า หลายครั้ง
ชีวิตสงฆ์มักจะเป็นผู้รับจนเคยตัว บางครั้งไม่รู้จักให้คนอื่น
พระเยซูเจ้าเป็นผู้ถ่อมตน สุภาพ ฟังเสียงของทุกคน
ฟังเสียงของคนยากจน พระสงฆ์ฟังเสียงของใคร? ฟังตัวเองมากกว่าคนอื่นไหม?
21 ปี ชีวิตสงฆ์ เป็นเช่นไร? หากเป็นแบบนี้ จำเป็นต้องปรับตัวเอง
เปลี่ยนตัวเอง เพราะกำลังหลงทาง พระสงฆ์จะต้องกลายเป็นพระเยซูเจ้าทั้งตัวและหัวใจ
ไม่ใช่ครึ่งๆ กลาง ๆ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง พระสงฆ์เป็นมนุษย์ก็จริง แต่ความเป็นพระจะต้องมากกว่าความเป็นมนุษย์
เพราะ เราเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบพระเยซูเจ้า
เขียนโดย don Pietro Virote Phosawang ที่ 09:55 0 ความคิดเห็น