BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556

สัมมนาผู้ให้การอบรมในบ้านเณร (พิเศษ)




A Course for Educators in Seminaries
PRESBYTERS IN THE CHURCH AS COMMUNION
FOR AN INTEGRAL FORMATION
Bangkok, 15th April-5th May 2013



DAILY TIME TABLE

                       
                        06.30               Morning prayer and Eucharistic Celebration
                        After Mass       Breakfast
                        09:00               Session I
                        09:40               Break
                        10:00               Session II
                        11:00               Session III (Dialogue or Personal reflection)
                        12:00               Lunch

                        15:00               Group work
                        16:30               Sport/Relax
                        18:30               Evening Prayer
                        19:00               Supper
                        20:00               Plenary session: reports from groups and dialogue
                        21:00               Night Prayer and Meditation (on the theme of following day)


แต่ละวันดำเนินไปตามนี้..
นี่เป็นภาพรวมของแต่ละวัน ตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ด้วยกัน

เป็นความจำเป็นที่ต้องมา เพื่อเรียนรู้
เป็นความจำเป็นที่จำเป็นต้องมาเพื่อจะได้มีประสบการณ์


วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

สุขสันต์ปัสกา2013








"สุขสันต์ปัสกา"



หัวใจผู้มีความเชื่อ










วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์2013

บทเทศน์

พี่น้องที่เคารพรัก ในค่ำคืนนี้ เรามาร่วมจิตร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เพื่อร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกา ของพระคริสตเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ
คืนนี้เป็นคืนตื่นเฝ้า

เราเริ่มต้นด้วยพิธีแสงสว่าง คือ เสกไฟ เสกเทียน นั่นแสดงให้เราเห็นว่า
พระคริสตเจ้าทรงเป็นแสงสว่าง ทรงเป็นผู้นำทางชีวิตคริสตชนของเรา
แสงเทียน แสงไฟ ที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด เป็นเครื่องหมายถึง ชัยชนะของพระคริสตเจ้า
พระองค์ชนะบาปและความตายด้วยการกลับคืนพระชนมชีพ
การเสกไฟ เสกเทียน จึงมีความหมายว่า เราคริสตชนเป็นบุตรแห่งความสว่าง
เราคริสตชนเป็นผู้มีแสงสว่าง เราไม่ได้อยู่ในความมืด แต่เราอยู่ในความสว่างของพระคริสตเจ้า
แสงสว่างของพระคริสตเจ้า ส่องในจิตใจของเรา ให้เรา้รู้จักหนทางที่จะต้องเดิน
ในฐานะที่เราเป็นคริสตชน

นอกจากนั้น เรายังได้ร่วมเป็นพยานในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์แห่งความรอดของมนุษย์ ด้วยการได้ยิน ได้ฟังกิจการที่พระเจ้าทรงกระทำกับมนุษย์ ตั้งแต่สร้างโลก อับราฮัม การช่วยให้รอดจากการเป็นทาสผ่านทางโมเสส และคำทำนายของบรรดาประกาศ ที่สุด ในพันธสัญญาใหม่ งานไถ่กู้มนุษย์ก็ได้สำเร็จลงที่องค์พระเยซูคริสตเจ้า ผุ้ซึ่งได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

ในพระวรสาร เราได้ฟังเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ
บรรดาสตรีไปที่พระคูหา แต่ไม่พบ เพราะอะไร?

"ทำไมท่านมองหาผู้เป็น ในหมู่ผู้ตายเล่า??"

ใช่แล้ว.. ทำไมเรามองหาผู้เป็นในหมู่คนตาย เราจะพบได้อย่างไร?
เพราะเรามองหาผิดที่ ผิดทาง ผิดเวลา จึงไม่พบสิ่งใด
จึงต้องพบแค่ความว่างเปล่า

พระเยซูเจ้า ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว
เราจะพบพระองค์ในหมู่คนตายได้อย่างไร?
เราจะพบพระองค์ในความตายได้อย่างไร?

พระองค์ตรัสเสมอว่า "พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของผู้เป็น"  "เราคือผู้เป็น" บัดนี้ และตลอดไป

ชีวิตคริสตชน เป็นชีวิตที่มุ่งสู่การมีชีวิต
ไม่ใช่ มุ่งสู่ ความตาย
แม้จะตาย แต่เราก็จะมีชีวิตในพระองค์ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ
ความหวังของเรา ก็คือ การกลับคืนชีพ
และเราจะได้ัรับอย่างแน่นอน
เพราะเราเป็น..คนของพระเจ้า...

ดังนั้น.. เราจึงต้องดำเนินชีวิตอย่างผู้เป็น ไม่ใช่อย่างคนตาย

จากนี้ จะเป็นพิธีศีลล้างบาป นั่นคือ การเสกน้ำล้างบาป และเสกน้ำเสก
พร้อมกับการยืนยันว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้า  เราเชื่อในพระเจ้า
พร้อมกับการประกาศที่จะละทิ้งปีศาจและกิจการทั้งสิ้นของมัน

และสุดท้ายพิธีศีลมหาสนิท  การรับพระคริสตเจ้า องค์ปัสกาเข้ามาสู่ชีวิตของเรา
ทำให้เราเข้มแข็ง ทำให้เรามีความหวัง ทำให้เราเติบโต
ทำให้เราอิ่มในความรักของพระองค์

สุขสันต์ปัสกา Buona Pasqua a tutti voi

don Pietro