BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS �

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โอวาทพ่อปรึกษา 2013

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2013 ที่วัดท่าแร่
กิจกรรมของสงฆ์หนุ่มคือ
16.00  น.   เล่นกีฬาด้วยกัน  ที่บ้านเณร
19.00  น.   รับประทานอาหารค่ำ   ที่วัดท่าแร่
20.15  น.   สวดทำวัตรค่ำ
20.30  น.   คุณพ่อที่ปรึกษาแบ่งปันชีวิต
                  สนทนา ตอบคำถาม
                  แบ่งปันประสบการณ์ชีวิตของกันและกัน


สงฆ์หนุ่มพบปะคุณพ่อที่ปรึกษา
สิ่งที่คุณพ่อวีระเดช ใจเสรี ที่ปรึกษาสงฆ์หนุ่มได้แบ่งปัน ประสบการณ์แห่งการเป็นสงฆ์ตลอด 21 ปีที่ผ่านมาว่า

เมื่อเป็นสงฆ์ครั้งแรก มีความตั้งใจว่า “เราจะเป็นพระสงฆ์อย่างไร?”  คำตอบก็คือ เป็นสงฆ์เพื่อคนอื่น
เมื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ก็ตั้งใจว่า “จะพยายามเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้าอาวาส” คิดจะทำกิจกรรมอะไร ก็ต้องถามพ่อเจ้าอาวาส หากท่านเห็นชอบ ก็ลงมือทำ หากท่านไม่เห็นชอบ ก็ไม่ทำ  นั่นคือ พยายามเป็นหนึ่งเดียวกันให้มากที่สุด เหมือนดังที่พระคุณเจ้าคายน์ แสนพลอ่อน ได้อบรมเสมอว่า “เป็นผู้น้อยไม่ต้องพูดมาก ให้เรียนรู้ที่จะฟังเยอะ ๆ”

เมื่อเป็นเจ้าอาวาสวัดคำเกิ้ม  สิ่งที่ตั้งใจก็คือ “การอยู่กับชาวบ้าน”  “การสวนภาวนาให้ชาวบ้านเสมอ” และที่สำคัญที่สุดสำหรับการอภิบาลก็คือ การเยี่ยมเยียนชาวบ้าน  การออกจากวัดเพื่อไปดู เห็น พบปะ กับสัตบุรุษของเรา และโดยเฉพาะในเวลาที่ชาวบ้านมีความทุกข์ นั่นคือ ความตาย เราก็ไปร่วมสวดภาวนา ไปอยู่กับเขา แล้วเราก็จะชนะใจเขา

เมื่ออยู่บ้านเณร ก็มีใจรักในงานที่ทำ รักสามเณร และอยู่กับสามเณร ดูเหมือนว่า 10 ปีที่อยู่บ้านเณรเหมือนจะเหนื่อย แต่ก็ยังมีแรงมีพลัง และมีกำลังใจที่จะทำงานอยู่

สิ่งที่จะทำให้ชีวิตสงฆ์ก้าวหน้า
ความกระตือรือร้น  (การทำงานอภิบาล)
ความรับผิดชอบ (บทบาท หน้าที่)
ความซื่อสัตย์ในเรื่องเงิน (ส่วนตัวและส่วนรวม)
การรักษาความบริสุทธิ์ (ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง)

สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ
หนึ่ง      การออกจากกลุ่ม หรือ การแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อที่จะอยู่คนเดียว
สอง      ความเหงา ต้องผ่านให้ได้ และหาทางออกในทางที่ดี

สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตสงฆ์

การภาวนา หรือ การสวดทำวัตร นี่คือชีวิตพระสงฆ์ ซึ่งขาดไม่ได้เลย



วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พระคุณเจ้าเยี่ยมบ้านเณร 2013


วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556
พระสังฆราช หลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์  อัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ได้มาเป็นประธานพิธีบูชาขอบพระคุณเป็นครั้งแรกในเทอมนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความห่วงใย ความรัก และความเอาใจใส่ของพระคุณเจ้าที่มีต่อบรรดาสามเณร ซึ่งเป็นเสมือนหัวใจ และอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของพระคุณเจ้า

บทเทศน์

  • ในบทสร้อยก่อนพระวรสาร “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา”  แม้แต่แกะก็ยังฟังเสียงของเจ้าของ แกะจดจำเสียงของเจ้าของได้ และแกะก็จะเดินไปกับเจ้าของของมัน มันจะไม่ฟังเสียงของคนอื่น เสียงของคนแปลกหน้า เสียงของคนที่ไม่คุ้นเคย  แต่เมื่อเวลาที่แกะป่วย การได้ยินของมันจะไม่ทำงาน มันจะหูอื้อ จำเสียงของเจ้าของไม่ได้ เมื่อมันป่วย มันจะหลงไปกับเสียงของคนอื่น เสียงของสิ่งอื่น ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของมัน

  • สามเณร เป็นเสมือนแกะที่จะต้องจดจำ และติดตามเสียงของพระเยซูเจ้า เท่านั้น ในการดำเนินชีวิต ในการอุทิศตนเอง ในการปฏิบัติตนเอง สามเณรคนใดที่ฟังเสียงของคนอื่น และติดตามไป แสดงว่า สามเณรคนนั้นกำลังป่วยอยู่ แสดงว่าสามเณรคนนั้นไม่สบาย ต้องรีบเยียวยา และรักษาให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้หายเป็นปกติ มิฉะนั้นแล้วเขาก็จะไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้

  • ในพระวรสาร พระคุณเจ้าได้เทศน์ ว่า “พระเยซูเจ้าถามว่า เราเป็นใคร?” สามเณรก็เช่นกัน ควรจะถามตัวเองว่า เรากำลังติดตามใคร? แน่นอนว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการติดตามพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเรียกเรา และให้เราได้เรียนรู้ที่จะตอบรับเสียงเรียกของพระองค์...



โอวาทของพระคุณเจ้า
  • สามเณรต้องพร้อมที่จะติดตามพระเยซูเจ้า เรามีกระแสเรียก รับการเรียกจากพระเจ้า เป็นกระแสเรียกของเรา ไม่ใช่กระแสเรียกของพ่อแม่ของเรา เราจะต้องตัดสินใจเพื่อที่จะติดตามพระองค์

  • มีการปรับปรุงซ่อมแซมภายนอกต่าง ๆ สิ่งสำคัญก็คือ การปรับปรุงใจของเราเอง การซ่อมแซมจิตใจของสามเณรให้มีความใกล้ชิดกับพระเจ้ามากยิ่งขึ้นในบ้านเณรของเรา



  • “อธิการกล่าวว่า ขอบคุณพระคุณเจ้าที่ได้มอบความไว้วางใจให้มาดูแลสามเณร” นามสกุลของอธิการก็บอกอยู่แล้วว่า “โพธิ์สว่าง” จะต้องเป็นร่มโพธิ์ที่ส่องสว่างให้ทุกคนเห็นพระคริสตเจ้า  คุณพ่อรองอธิการ นามสกุล “อุ่นหล้า” ก็นำความอบอุ่นมาสู่บ้านเณร ทั่วหล้า  และสุดท้าย คุณพ่อเหรัญญิก นามสกุล “เหลือหลาย” ก็คิดว่า การเงินของบ้านเณรคงจะเหลือหลาย ไม่ใช่ขาดหลายเด้อ..



 ขอขอบพระคุณพระคุณเจ้าเป็นอย่างสูง




วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความห่วงใยของพระคุณเจ้า 2013


พระคุณเจ้าได้ออกข้อปฏิบัติ และคำแนะนำ เตือน พระสงฆ์ประจำบ้านเณร
เพื่อการพัฒนาและการอบรมสามเณร
อนาคตของพระศาสนาจักร

เรื่องบ้านเณรฟาติม

สืบเนื่องจากการประเมินการบริหารงานของคุณพ่อผู้บริหาร มิสซังมีความเห็นว่า

1.             บ้านเณรเป็นสถานที่อบรมเด็ก เยาวชนชายที่ต้องการเป็นพระสงฆ์เท่านั้น
2.             ต้องพิถีพิถันในการรับเด็กที่สมัครเข้าบ้านเณร

a.              ไม่รับเด็กที่เกิดจากพ่อแม่เป็นชู้
b.             ไม่รับเด็กที่พ่อแม่ไม่ได้รับศีลแต่งงาน
c.              ต้องเป็นเด็กดี เรียนคำสอนประจำ
d.             ต้องเป็นเด็กช่วยมิสซาประจำของวัด มีความศรัทธา มีความประพฤติดี มีระเบียบวินัย
e.              ต้องได้รับการอบรมเรื่องการเป็นเณรจากคุณพ่อเจ้าวัด อย่างน้อย 24 ครั้ง
f.               ต้องมีการออกใบสอบถามจากคุณพ่อเจ้าวัด และถ้าขาดการรับรอง ก็ให้รอไปก่อน

สำหรับคุณพ่อประจำบ้านเณร
  1. การอบรมเณรเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อ เพื่อให้เขาเดินไปสู่การบวชเป็นพระสงฆ์
  2. การถือระเบียบวินัย เป็นเงื่อนไขสำคัญ ถ้าไม่ถือระเบียบวินัยหลัก ก็ควรจำหน่าย เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าอบรม และเพื่อการอบรมจะมีประสิทธิผล
  3.   ไม่ควรกลัวจะมีเด็กเข้าบ้านเณร การมีเด็กจำนวนน้อยก็ยังดีกว่าได้เด็กที่ไม่เหมาะสม
  4.  คุณพ่อควรทำความรู้จักกับเณรพอสมควร เพื่อให้กำลังใจและแก้ไขสิ่งที่เขาทำผิด
  5.  เณรทุกคนควรแก้บาปสม่ำเสมอ และพบพ่อวิญญาณปีหนึ่งประมาณ 4 ครั้ง
  6.  ควรให้เณรทำงานมือ (ขุดดิน ปลูกผัก รดน้ำ ฯลฯ) เพื่อฝึกความรับผิดชอบและแบ่งเบาภาระของหมู่คณะ
  7.  เณรควรอ่านหนังสือพระวรสารทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 หน้า
  8. เณรควรได้รับการฝึกให้มีความรักต่อศีลมหาสนิท เป็นต้นเฝ้าศีลส่วนตัว
  9.  เณรควรรับผิดชอบกันและกัน เมื่อมีเณรคนหนึ่งทำผิด ควรมีการตักเตือนกันก่อน ถ้าไม่แก้ไขก็ต้องเรียนให้ผู้ใหญ่ทราบ
  10.  การแบ่งเณรเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 10 คน จะช่วยให้มีการพัฒนาการรับผิดชอบในหน้าที่การงาน และมีความรักห่วงใยกัน



(พระคุณเจ้าหลุยส์ จำเนียร)