BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS �

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บทเทศน์ "เปิดปีการศึกษา 2015 โรงเรียนเซนต์โยเซฟ ท่าแร่"


บทเทศน์ เปิดปีการศึกษา 2015

คุณพ่อ เซอร์อธิการ คณะเซอร์ คณะครูที่เคารพ และลูก ๆ นักเรียนที่น่ารักทุกคน วันนี้เรามาร่วมจิตร่วมใจกันขอพรจากพระเจ้าสำหรับปีการศึกษาใหม่ที่กำลังเริ่มต้นนี้ ให้เราภาวนาเพื่อกันและกัน ภาวนาสำหรับคณะเซอร์ชุดเดิมที่ผ่านมา และภาวนาสำหรับคณะเซอร์ชุดปัจจุบัน สำหรับคณะครู และภาวนาให้เพื่อนของเรา เพื่อทุกคนจะได้เดินไปด้วยกัน พัฒนาและเติบโตไปด้วยกันในบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่างกัน

ปีการศึกษาใหม่นี้ เมื่อเรามองรอบ ๆ เราเห็นสิ่งใหม่ๆ นะ ดูรอบ ๆ ตัวของเรา เพื่อนใหม่ น้องใหม่ เสื้อผ้าใหม่ บางคนก็ดูดีขึ้น ขาวขึ้น ดำขึ้น ดังแมบขึ้น เป็นต้น มีสิ่งใหม่ ๆ ต้อนรับปีการศึกษาใหม่ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณพ่ออยากจะให้เราทุกคนทำใหม่ก็คือ หัวใจใหม่ มีความตั้งใจใหม่ ภายนอกมีการเปลี่ยนแปลง ภายใจก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย

1.      ตั้งใจฝึกฝนคุณธรรม ความนบนอบเชื่อฟัง ฟังเสียงคณะเซอร์ ฟังเสียงครูบาอาจารย์บอกสอน
2.      ตั้งใจแสวงหาความรู้ ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ พัฒนาตนเองในทุกด้าน
3.      ตั้งใจปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน

ตั้งใจ..เป็นจุดเริ่มต้น  กระทำและปฏิบัติให้เกิดผล..

ชาย 3 คนเป็นเพื่อนรักกัน ปีนี้ที่หมู่บ้านของพวกเขาเกิดความแห้งแล้งกันดาร  อาหารการกินก็ไม่มี นับวันยิ่งแห้งแล้งมากขึ้น แม้แต่น้ำก็ยังแห้ง อากาศก็ร้อน ชายคนที่1 พูดว่า “พรุ่งนี้เราจะเอาอะไรกินเพื่อน”  ชายคนที่ 2 ตอบว่า “ฉันจะสวดของปลาจากพระเจ้า พระองค์ใจดีต้องแบ่งปลามาให้เราบ้าง” คนที่ 3 ว่า “ถ้าเราอยู่ที่นี่ คงอดตายแน่ ๆ ให้เราไปที่อื่นกันเถอะ ขืนอยู่ที่นี่ ตายแน่นอน”  
ชายคนที่ 1 พูดว่า “เคยได้ยินว่าที่ฟากภูเขามีหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์ แต่ว่าระหว่างทางมีสัตว์ดุร้ายมาก โดยเฉพาะเสือ” ชายคนที่ 2 พูดว่า “ถ้าเสือดุร้าย ข้าก็จะสวดภาวานาขอให้พระเจ้าทรงปกป้องคุ้มครองพวกเรา” และที่สุดทั้งสามก็ตกลงเดินทางไป
ระหว่างทางพวกเขาก็พบกับเสือจริงๆ ชายคนที่ 1 เห็นก่อนเพื่อน ร้องว่า “เสือ เสือมา เราคงหนีไม่ทันแน่ ทุกคนต้องตาย ถูกเสือกินแน่นอน” แล้วก็ยืนร้องไห้อย่างสิ้นหวัง ชายคนที่ 3 ร้องว่า “อย่าสิ้นหวังเพื่อน ถ้าเราวิ่งเราก็จะรอด” ทุกคนวิ่ง แต่ชายคนที่ 1 คิดว่าตัวไม่รอดแน่ จึงไม่วิ่งมัวร้องไห้ สุดท้ายเสือก็กินเขาอย่างง่ายดาย ส่วนคนที่สองก็ไม่ยอมวิ่ง ยืนสวดภาวนาขอพระเจ้าช่วย สุดท้ายเสือก็กินอย่างง่ายดาย คนที่3 วิ่งหนีขึ้นต้นไม้ เสือก็ตามเขา และกระแทกต้นไม้หวังให้ชายคนนั้นตกลงมา ที่สุดความพยายามของเสือก็สำเร็จ ชายคนที่3 ตกลงมา แต่ก่อนที่เสือจะกินเขา เสือก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังสนั่น “ตุ๊บ” เสือตกใจ วิ่งหนีไปเพราะคิดว่าเป็นปีนของนายพราน ที่แท้ก็เป็นมะพร้าวที่ตกลงมานั่นเอง เขาจึงรอดตาย

บทสรุป ถ้าเรามีความตั้งใจ และแสดงออกมาโดยการปฏิบัติ เราก็จะประสบความสำเร็จ การวอนขอให้พระเจ้าช่วยเรา โดยที่เราไม่ได้ออกแรงเลย คงเป็นไปได้ยาก พระเจ้าจะช่วยคนที่ช่วยตัวเองก่อนเสมอ

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าถาม น.เปโตรว่า “ท่านรักเราไหม?” ถึง 3 ครั้ง ความรักในภาษากรีกที่พระเยซูเจ้าใช้ และนักบุญเปโตรใช้มีความหมายแตกต่างกัน ดังนี้ คำว่า “ความรัก” มี 4 คำ 1.Philia ฟีเลีย รักแบบเพื่อน มิตรภาพ  2. Eros  รักแบบหนุ่มสาว ครอบครอง 3.Storge รักทั่วไป รักแบบคนในครอบครัว  4. Agape รักแบบอุทิศตน เสียสละ

พระเยซูเจ้าถาม น.เปโตรว่า ท่านรักเราแบบที่พร้อมจะอุทิศตน สละตนเองหรือไม่” พระเยซูเจ้าถามแบบนี้ 2 ครั้ง เปโตรก็ตอบ 2 ครั้งเช่นกันว่า รักพระเจ้าข้า  แต่เป็นรักแบบการมีมิตรภาพที่ดีต่อกันนะ ยังไม่พร้อมที่จะตายเพื่อพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงถามว่า “ท่านรักเราแบบเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันใช่ไหม?” น.เปโตรคิด และไตร่ตรอง จึงบอกว่า “เปล่า ข้าพเจ้ารักพระองค์ แบบถวายชีวิตแด่พระองค์ได้” จงดูแลแกะของเราเถิด..

ความรักที่สูงสุดที่พระเยซูเจ้ามอบเป็นแบบอย่างแก่เรา ก็คือ  การยอมตายเพื่อเรา เพื่อเราทุกคนจะได้รอดพ้นจากบาป และความตาย นี่คือความรักที่ยิ่งใหญ่

ถ้าคุณพ่อถามเรา 3 ครั้ง ว่า เรารักมาเซอร์ไหม? เรารักคุณครูของเราไหม? เรารักโรงเรียนของเราหรือเปล่า? เราคงจะตอบว่า “รัก” ถ้าเรา “รัก” มาเซอร์ รักคุณครู รักโรงเรียน สิ่งที่เราจะต้องทำตามมาก็คือ นบนอบต่อมาเซอร์ เชื่อฟังคุณครู และปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน นี่คือ ภารกิจที่จะต้องทำตามมา เมื่อเราบอกว่า “เรารัก”

นี่แหละ “หัวใจใหม่”  “จิตใจใหม่” ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในชีวิตของเรา ในการเรียนรู้ของเรา ในการกระทำของเรา ถ้าเราดำเนินชีวิตในความรักที่ถูกต้อง เราก็จะสามารถพัฒนาตนเอง อัพเดทตนเองให้ก้าวหน้าได้มาขึ้น

         
   

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บทเทศน์เตรียมโปสตูลันต์ ท่าแร่ สารบัญ



บทเทศน์เข้าเงียบเตรียมโปสตูลันต์
อารามรักกางเขนแห่งท่าแร่
 ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2015


สารบัญ

ฉันเป็นใคร?
a.      รู้จักตนเอง
b.      ตัวอย่างบุคคลในพระคัมภีร์
ฉันจะเป็นใคร?
c.      ชีวิตผู้ถวายตน
d.      รู้จักพระเยซูเจ้า (กระแสเรียก)
ฉันจะทำอย่างไร?
e.      ฤทธิ์กุศลความนบนอบ
f.        ฤทธิ์กุศลความบริสุทธิ์
ฉันจะทำอย่างไร?
g.      ชีวิตหมู่คณะ
h.      ชีวิตครอบครัว
อะไรหล่อเลี้ยงชีวิตของฉัน
i.         การภาวนา
j.         บูชามิสซา
อะไรหล่อเลี้ยงชีวิตของฉัน
k.       แม่พระแบบอย่างชีวิต




วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์


บทเทศน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสในอาหารค่ำมื้อสุดท้าย
กรุงโรม, เมษายน 02, 2015

วันพฤหัสบดีศักดิ์สิทธิ์ พระเยซูเจ้าทรงประทับอยู่ที่โต๊ะกับบรรดาศิษย์ เฉลิมฉลองงานเลี้ยงปัสกา สารของพระวรสารในวันนี้ เราได้ยิน “พระวาจา” ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ทำเพื่อเราอย่างแท้จริง “พระองค์ทรงรักผู้ที่เป็นของพระองค์ในโลกนี้และรักพวกเขาตลอดไป” (ยน 13:2) พระเยซูเจ้าทรงรักเรา พระองค์ทรงรักเรา โดยปราศจากขอบเขต เสมอ และตลอดไป ความรักของพระเยซูเจ้าเพื่อเราไม่มีสิ้นสุด และมากขึ้นเสมอ พระองค์ไม่ลองรักเรา พระองค์รักเราทุกคนด้วยการมอบชีวิตของพระองค์ ใช่แล้ว พระองค์มอบีชีวิตของพระองค์เพื่อเราทุกคน พระองค์ให้ชีวิตของพระองค์เพื่อเราแต่ละคน และแต่ละคนสามารถพูดได้ว่า “พระองค์ได้ให้ชีวิตของพระองค์เพื่อฉัน” พระองค์ได้ให้ชีวิตของพระองค์เพื่อคุณ เพื่อคุณ เพื่อคุณ เพื่อฉัน และเพื่อทุกคน  บุคคลแรกและบุคคลสุดท้ายเพราะว่าพระองค์ทรงรักเราในสิ่งที่เราเป็นบุคคล

ความรักของพระเจ้าไม่เคยหลอกลวง เพราะว่าพระองค์ไม่เคยลองรัก เช่นเดียวกัน พระองค์ไม่เคยลองให้อภัย พระองค์ไม่เคยลองโอบกอดเรา นี่คือสิ่งแรกที่ข้าพเจ้าต้องการบอกท่าน “พระเยซูเจ้ารักเราแต่ละคน ตลอดไป”
พระองค์ทำบางสิ่งที่บรรดาศิษย์ไม่เข้าใจ พระองค์ทรงล้างเท้าของพวกเขา ในเวลานั้น มันเป็นเวลาธรรมดา  ใส่ชุดธรรมดาเพราว่าผู้คนเมื่อพวกเขามาถึงที่บ้าน เท้าของพวกเขาเปื้อนไปด้วยฝุ่นจากถนน  เพราะไม่มีหินปูทางเดินในเวลานั้น

และเมื่อเข้ามาในบ้าน พวกเขาควรจะล้างเท้าของพวกเขา ซึ่งจะต้องไม่ใช่เจ้าบ้านที่ต้องทำให้ แต่เป็นหน้าที่ของพวกทาสหรือคนใช้ มันเป็นงานของคนรับใช้ และพระเยซูเจ้าได้ล้างเท้าของพวกเขา ล้างเท้าของบรรดาศิษย์ เหมือนกับเป็นคนรับใช้คนหนึ่ง และพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า “สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ ท่านไม่เข้าใจเวลานี้” พระองค์ตรัสกับเปโตร “แต่ท่านจะเข้าใจในภายหลัง” (ยน 13:7)

พระเยซูเจ้ามีความรักมาก พระองค์ได้ทำให้ตัวของพระองค์เองเป็นเหมือนคนใช้คนหนึ่งเพื่อที่จะรับใช้เรา เพื่อที่จะเยียวยาเรา เพื่อที่จะทำให้เราสะอาด และวันนี้ ในมิสซานี้ พระศาสนจักรต้องการให้พระสงฆ์ล้างเท้าของคน 12 คน เสมือนอัครสาวก 12 คน  แต่ในหัวใจของเรา เราต้องมีมั่นใจ มีความแน่ใจว่า องค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อพระองค์ล้างเท้าของเรา พระองค์ล้างทุกสิ่งทุกอย่าง พระองค์ทำให้เราบริสุทธิ์  พระองค์ทำให้เรารู้สึกอีกครั้งหนึ่งถึงความรักของพระองค์

ในพระคัมภีร์ มีประโยคหนึ่งที่สวยงามจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ที่ว่า “มารดาสามารถลืมบุตรของนางได้หรือ? แม้ว่ามารดาจะลืมบุตรของนาง แต่เราจะไม่ลืมเจ้าเลย” (อสย 49:15) นี่คือสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าความรักของพระเจ้ามีอยู่เพื่อเราอย่างไร


และวันนี้ข้าพเจ้าล้างเท้า 12 คน ในพวกท่าน แต่ในบรรดาพี่น้องชายหญิงเหล่านี้ มีหลายคนในพวกท่าน ทุก ๆ คน ทุก ๆ คน ทุกคนมีชีวิตอยู่ที่นี่ คุณเป็นตัวแทนของพวกเขา แต่ข้าพเจ้าเช่นเดียวกันที่จำเป็นต้องถูกล้างโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า และเพื่อสิ่งนี้ จงภาวนาระหว่างมิสซานี้ เพื่อว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าอาจจะล้างความสกปรก เพื่อว่า ข้าพเจ้าจะได้กลายเป็นมากกว่าผู้รับใช้ของท่าน มากกว่าผู้รับใช้คนหนึ่งในการที่จะรับใช้ทุกคน เช่นเดียวกับพระเยซูเจ้าทรงเป็น บัดนี้ เราจะเริ่มพิธีต่อไป