BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS �

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

ชีวิตเดินทาง

อบรม

20-21 กันยายน 2019 ที่โรงแรมรีเจน ชะอำ จ.เพชรบุรี

วันที่ 19 กันยายน 2019 ออกเดินทางโดยเครื่องบินแอร์เอเชียเวลา 09.45 น. ไปถึงสนามบินดอนเมือง 11.00 น. โดยประมาณ และเดินทางต่อไปที่ชะอำโดยรถตู้เหมาไปกลับ 800 บาท มีผู้โดยสาร 10 คน เดินทางทั้งบ่ายไปถึงประมาณ 17.00 น. ระหว่างทางที่จะถึงได้แวะที่นี่








จากนั้นก็เดินทางเข้าที่พักโรงแรมรีเจน ชะอำ





เช้าวันที่ 20 และ 21 กันยายน 2019 อาหารเช้าก็จะประมาณนี้



หลังโรงแรมจะเป็นชายหาดและทะเล ซึ่งไม่ค่อยมีเวลามากนกในการที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติและทะเล เพราะต้องอยู่ในห้องประชุมตลอดทั้งวัน
ทะเลยามเช้า







เย็นมีงานเลี้ยงเกษียรของ เลขา สช และสมาชิก




วันที่ 21 กันยายน 2019
เวลา 09.00 น ได้เดินทางกลับพร้อมกับคณะ โดยรถตู้คันเดิม แต่จำเป็นต้องวิ่งไปเส้นทางราชบุรี เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด เพราะมีการทำถนน  ตลอดเส้นทาง ผู้โดยสาร หลับ เกือบหมด  ก่อนถึงจ.นครปฐม ฝนตกอย่างหนัก ชนิดที่หนักมาก แต่อย่างไรก็ตามฝนหยุดตกที่ตัวจังหวัดนครปฐม และสมาชิกได้ไหว้ขอพร ที่พระปฐมเจดีย์ และเดินทางสู่ดอนเมือง

เดินทางกลับเวลา 13.45 น. โดยสายการบินแอร์เอเชีย




ประสบการณ์ที่ได้รับนี้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของชีวิตที่ได้เข้าไปสัมผัสชีวิตกับข้าราชการทั้งเอกชนและรัฐบาล ทำให้เห็นหลายมุมมองของการเดินทางที่เป็นเสมือนการเดินทางของคนโลกและคนที่แตกต่างกันกับคริสตชนที่เป็นคนของพระคริสต์

เรียนรู้ และมองดู รับฟังและเข้าใจ

มีหลายสิ่งที่แปลกใหม่ สำหรับชีวิตของเราเสมอ เพียงเปิดใจและยอมที่จะเรียนรู้ ในการดำเนินชีวิตในอีกลักษณะที่แปลกใหม่

สถานที่ใหม่ ความคิดใหม่ รูปแบบชีวิตใหม่ รวมทั้งเปิดใจใหม่



วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

อาทิตย์ที่ 25 ธรรมดาปี C

บทเทศน์

พระวาจาของพระเจ้าในอาทิตย์นี้ ดูเหมือนว่า เป็นเรื่องของความเฉลียวฉลาดในการเอาตัวรอดตามประสาโลกของมนุษย์โลก และศิษย์ของพระคริสต์ก็ต้องเฉลียวฉลาดในการเอาตัวรอดไปสวรรค์ด้วย และวิธีที่พระเยซูเจ้าเสนอให้ศิษย์พระคริสต์ทำเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดรก็คือ "ความซื่อสัตย์"ในการรับใช้พระเจ้า

ในบทอ่านที่ 1 หนังสือประกาศกอาโมส สิ่งที่น่าสนใจน่าคิดและไตร่ตรองก็คือ พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสว่า "เราจะไม่ลืมการกระทำของเขาเลย" 

การกระทำแบบไหนที่พระเจ้าไม่ลืม? ประกาศกอาโมสได้เตือนใจผู้ที่เอารัดเอาเปรียบเพื่อนพี่น้อง การโกงเพื่อนพี่น้อง การแสวงหาผลประโยชน์ที่มากเกินไปจนทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือ ลำบาก

พระเจ้าจะไม่ลืมการกระทำแบบนี้ของมนุษย์ เพราะพระองค์จะทรงจัดการและตอบสนองการกระทำอันชั่วร้ายนี้

สิ่งที่พระเจ้าต้องการ ก็คือ การช่วยเหลือกันในยามเดือดร้อน การเห็นอกเห็นใจกัน การแบ่งปัน คนที่เดือดร้อนก็ให้ช่วยเหลือ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือก็หยิบยื่นให้ 

นี่คือสิ่งที่พระเจ้าปรารถนาและพระองค์จะประทานรางวัลให้กับบุคคลเช่นนี้อย่างแน่นอน

น่ากลัวมาก หากพระเจ้าจดจำความผิดและความชั่วร้ายของเรา

ในพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงเล่านอุปมาให้ศิษย์ฟังเพื่อสอนพวกเขาว่า จะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรในโลกนี้?

1. ต้องรู้จักเอาตัวรอดไปสวรรค์  ศิษย์ของพระเยซูเจ้าจะต้องแสวงหาหนทางที่จะเอาตัวรอดไปสวรรค์และหนทางนั้นไม่ยาก พระเยซูเจ้าทรงตรัสไว้และเราก็รู้ พระองค์เปรียบให้เห็นคนขี้โกงคนหนึ่งฉลาดใช้สิ่งของในโลกเพื่อให้ตัวเองรอดในเวลายากลำบาก

มนุษย์มักจะตกหลุมตายเพราะเงินทอง มนุษย์มักจะถูกซื้อด้วยเงิน แม้ว่าปากจะบอกว่า เงินซื้อไม่ได้ก็ตาม แต่เมื่อมีเงินมา มนุษย์ก็มักจะคิดเป็นหนี้บุญคุณ ผู้จัดการคนนี้รู้ว่าเขาจะต้องทำอย่างไรเพื่อจะอยู่รอดได้ แม้จะใช้วิธีที่ไม่เป็นธรรมก็ตาม

ระวัง พระเยซูเจ้า ไม่ได้สอนให้เราใช้เล่ห์เหลี่ยมในการโกง หรือการในการหลอก

2. ต้องมีใจซื่อสัตย์ ความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าและพระบัญญัติของพระองค์ เป็นหนทางที่นำเราไปพบชีวิตนิรันดร ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อเงินทอง สิ่งของของโลกนี้

ความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าจะต้องเป็นที่ 1 เสมอ ไม่มีอะไรมาเทียบได้ และจะต้องซื่อสัตย์ตลอดเวลา ทุกสถานการณ์ของชีวิต แม้ในเวลาที่ยากลำบาก หรือในเวลาที่มีความเดือดร้อน

ท่านจะรับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้ นี่คือ ความจริง และเป็นสิ่งที่เราจะต้องเลือก และแสดงออกให้ถูกต้อง

พี่น้อง พระเยซูเจ้าเท่านั้นที่ช่วยเราให้รอดพ้นได้  จงดิ้นรนสุดกำลัง สุดจิตใจ และสุดชีวิตในการที่จะรักพระองค์ รับใช้พระองค์ และรู้จักพระองค์



วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2562

อาทิตย์ที่ 24 ธรรมดาปี c

บทเทศน์

พี่น้อง วันนี้ เราได้เห็นลักษณะของพระเจ้าที่เราสามารถสัมผัสได้และเป็นจริงในชีวิตประจำวันของเรา ลักษณะนั้นก็คือ ความเมตตากรุณา ความใจดีของพระองค์ที่ทรงมีต่อมนุษย์

พระวรสารในวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเล่าอุปมาเพื่อสอนชาวฟาริสี และธรรมาจารย์ คือ เรื่อง

1. พระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อมนุษย์ทุกคน
2. พระเจ้ายินดีที่มนุษย์กลับใจ

และ มนุษย์จะต้องเลียนแบบในเอกลักษณ์นี้ของพระเจ้า เพื่อจะได้ละม้ายคล้ายกับพระองค์

1. พระเจ้าทรงรักและเมตตาต่อมนุษย์ทุกคน
   
แสดงออกในอุปมาเรื่องแกะพลัดหลง พระเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคน จึงแสดงออกด้วยการตามหาและแสวงหาแกะที่หลงทางไป ในเรื่องลูกล้างผลาญ พระเจ้าทรงรอคอยและเฝ้าติดตามบุตรของพระองค์เสมอ

มนุษย์ไม่สามารถหนีให้พ้นจากพระพักตร์ของพระเจ้าได้ ไม่ว่าเขาจะไปไหน หรือ เขาจะทำอะไร พระเจ้าเฝ้าดู เฝ้ามองเขาอยู่ พระองค์ค่อยๆ สัมผัสชีวิตของเขาเพื่อให้เขาได้กลับคืนมาหาพระองค์

มนุษย์จะต้องรักและเมตตาต่อมนุษย์ทุกคน ต่อเพื่อนพี่น้อง และแม้แต่คนบาป คนที่ทำผิด มนุษย์จะต้องรักและเข้าใจกันและกัน เหมือนอย่างพระเจ้า อดทน รอคอย และ รักกัน

อาจจะยากสำหรับมนุษย์ แต่ต้องอาศํยเวลา และสถานการณ์ช่วยในการที่จะรักและเมตตาทุกคนเหมือนกับพระเจ้าได้

2. พระเจ้ายินดีที่มนุษย์กลับใจ

ยินดีกับคนที่มีความยินดี ยินดีที่คนหนึ่งกลับใจ ยินดีกับคนที่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเอง ยินดีกับผู้ที่กล้าที่จะแก้ไขและเปลี่ยนแปลงตนเอง เพราะคนหนึ่งจะกล้าเอาชนะน้ำใจตนเอง เปลี่ยนแปลงตนเองนั้น ถือว่าเป็นความกล้าหาญที่สุด ดังนั้นจึงร่วมยินดีและมีความสุขกับเขา

บิดารอคอยลูกผู้สำนึกผิด เมื่อลูกพูดถึงการเปลี่ยนแปลง บิดาให้อภัยทันที ไม่มีข้อแม้

ให้เราร่วมยินดีกับเพื่อนพี่น้องของเราที่เขาได้มีเรื่องความยินดีในชีวิต เพราะการร่วมยินดีต่อกันเป็นการแสดงออกถึงการให้กำลังใจต่อกัน ให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตใหม่ ยินดีกับชีวิตใหม่ที่เขาจะเริ่มต้นขึ้น จำเป็นที่เราจะต้องช่วยกันให้ความสำคัญและสนใจกันและกัน

พระเจ้าเป็นแบบอย่างแก่เรา