BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561

อาทิตย์สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา ปี B




บทเทศน์

บทอ่านที่1

ทำให้เราเห็นว่า

1.      คนอธรรมต้องการจะเบียดเบียนคนชอบธรรม (คนชั่ว ต้องการทำร้าย คนดี) ทำไมคนชั่วจึงต้องการเบียดเบียน หรือ ทดลองคนดี เพราะคนชั่วนั่นอยู่ตรงกันข้ามกับคนดี ที่ที่เขายืนนั้นตรงกันข้ามกัน เขากับคนดี ไปด้วยกันไม่ได้ และสิ่งที่เขาทำนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า มีพระเจ้าหรือเปล่า? พระเจ้าจะช่วยคนดีจริงไหม?

2.      พระเจ้าจะปกป้องคนชอบธรรม (ช่วยเหลือคนดี) คนดีไม่ต้องกลัวการเบียดเบียน ไม่ต้องกลัวคนชั่ว : ในความเป็นจริงนี้ หากว่าคนชั่วพบว่า คนดีถูกเบียดเบียน ข่มเหงแล้วไม่ได้รับช่วยเหลือจากพระเจ้า ไม่ได้รับการปกป้องจากพระเจ้า คนชั่วก็จะแน่ใจว่า สิ่งที่เขาทำอยู่เวลานี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว นั่นคือ การไม่ถือบทบัญญัติ การเบียดเบียนคนอื่น การฝ่าฝืนธรรมบัญญัติ เป็นต้น

คำถามสำหรับเรา

1.      เราเป็นคริสตชน ถือตามพระบัญญัติของพระเจ้า เรากลัวไหมการเบียดเบียน? เรากลัวไหมในการที่เราเป็นคริสตชนที่ดี? มีความสงสัย ความลังเลใจไหมในการถือตามพระบัญญัติของพระเจ้า

2.      ให้เราได้แน่ใจเถิดว่า พระเจ้าจะอวยพรและปกป้องเรา

บทอ่านที่2

นักบุญเปาโลเตือนจิตใจเราว่า

1.      สิ่งที่ทำให้เกิดคนเป็นคนชั่ว

a.      ความอิจฉาริษยาเป็นบ่อเกิดแห่งความชั่วร้ายนานาชนิด
b.      กิเลสตัณหานำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งและการเข่นฆ่ากัน

2.      สิ่งที่ทำให้คนเป็นคนดี

a.      การสร้างสันติ
b.      การเห็นอกเห็นใจกัน
c.      การเมตตากรุณาต่อกัน

พระวรสาร

พระเยซูเจ้าเตือนศิษย์ของพระองค์

1.      บุตรแห่งมนุษย์จะรับทรมานและจะกลับคืนชีพ (ไม่มีใครเข้าใจ)

2.      การเป็นผู้ยิ่งใหญ่

a.      รับใช้ทุกคน

รูปแบบชีวิตของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงดำเนินชีวิตด้วยการรับใช้ อันดับแรก พระองค์ทรงรับใช้พระวาจา (พระประสงค์ของพระบิดา) ซึ่งสิ่งที่พระเยซูเจ้าทำคือ การทำตามพระวาจาของพระบิดา ทำตามพระประสงค์ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ยึดมั่นและซื่อสัตย์ต่อพระวาจา (พระประสงค์ของพระบิดาเจ้า) แม้จะต้องตายก็ตาม

พี่น้องเห็นตัวอย่างไหมว่า พระเยซูเจ้าซื่อสัตย์ต่อพระประสงค์/พระวาจาของพระเจ้าจนสิ้นชีวิต (จนตาย) ตายบนไม้กางเขน ไม่หนี ไม่หลบ ไม่หลีก แต่เผชิญด้วยความจริง

พระเยซูเจ้ายิ่งใหญ่ด้วยการเป็นผู้รับใช้  พระองค์บอกว่า พระองค์มาในโลกนี้เพื่อรับใช้คนทุกคน (ลก 22:27) ทำเป็นแบบอย่าง การล้างเท้าอัครสาวก (อาจารย์ล้างเท้าศิษย์) ไม่เคยมีที่ไหน? อาจารย์ที่สูงส่งใช้มือล้างเท้าศิษย์ของตนเอง และพระองค์สั่งว่า จงไปทำเช่นเดียวกัน

พี่น้อง นี่คือ แบบอย่างของการตายและการกลับคืนชีพในโลกนี้ คือ ตายต่อน้ำใจตัวเอง ตายต่อบาป และสวมใส่ชีวิตของพระเยซูเจ้า ติดตามพระองค์ด้วยการรับใช้กันและกัน การเอาใจใส่เกื้อกูลกัน การช่วยเหลือแบ่งปันกันและกัน



วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

แม่ 2018


คำว่า "แม่" 



สั้นๆ แต่มีความหมายและคุณค่าทางจิตใจสูงมาก

"แม่พระ"  หมายถึง พระนางมารีย์

"แม่พระ" หมายถึง ผู้ที่มีน้ำใจดีงาม น้ำใจประเสริฐ ผู้ที่เป็นเลิศในจิตวิญญาณ

12 สิงหา วันแม่แห่งชาติ

12 สิงหา วันแม่ของเรา

15 สิงหา วันแม่แห่งสวรรค์

วันแม่..

จึงทำให้เราคิดถึงความรัก ที่ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด ไม่ใช่เพียงแค่การกระทำแค่วันสองวัน แต่เป็นความรักที่แสดงออกในคำพูด และอยู่ในการกระทำตลอดเวลาของผู้ที่เป็นแม่ เพราะความรักของแม่ ไม่เปลี่ยนแปลง ความรักของแม่ไม่เหินห่าง แต่ใกล้ชิดเสมอ

จึงทำให้เราคิดถึงพระคุณของแม่ คิดถึงความยากลำบากที่แม่ได้มีแต่ลูก ความทุกข์ทั้งกายและจิตใจ ทุกข์กายที่ต้องดิ้นรน แสวงหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับเลี้ยงดูลูก การทำมาหากินด้วยความเหน็ดเหนื่อย การทำงานที่ต้องอดทนแม้จะเป็นงานที่ตำต้อย  ความทุกข์ทางจิตใจที่ต้องเฝ้าอบรม ตักเตือนและชี้นำลูกให้เดินในเส้นทางที่ดีงามและถูกต้อง ต้องบ่น ต้องบอก ต้องเตือนและต้องเป็นแบบอย่างที่สวยงามเสมอ

แม่... จึงเป็นบุคคลที่มีภารกิจตลอดชีวิตในการให้ความรัก และความเอาใจใส่ เฝ้าห่วงใยเสมอ ไม่เคยขาดสาย แม้ลูกจะเติบโต แต่งงาน มีครอบครัว มีอาชีพการงานที่มั่นคง แต่แม่ก็ยังห่วงใยและคิดถึง รักลูกเสมอไม่เคยเปลี่ยนไป

แม่...จึงเป็นผู้ที่งดงามที่สุดในครอบครัว



















ในยุคปัจจุบัน
เทคโนโลยีสามารถส่งผ่าน และฝากผ่าน
ความรัก
ความคิดถึง
ความห่วงใย
ความใกล้ชิด
ถึงกันและกันได้


แม้กายจะไม่สามารถใกล้ชิด
แต่ความสัมพันธ์
ยังคงอยู่
ในครอบครัวเสมอ









นานเท่าใด
จะเป็นใครก็ตาม
จะอยู่แห่งไหนในโลกนี้

แม่ก็ยังคงเป็นแม่

ลูกก็ยังคงเป็นลูกแม่

เสมอ..ตลอดไป




วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อาทิตย์ที่ 18 เทศกาลธรรมดาปีB

บทเทศน์

บทอ่านที่1

1. ชาวอิสราเอลบ่นต่อว่าโมเสสและอาโรนว่า "นำเรามาตายในทะเลทรายหรือ?    กินอิ่มในอียิปต์ดีกว่าตายอดๆ อยากๆ ในทะเลทราย" หรือ "เป็นทาสที่มีอาหารกินดีกว่าเป็นอิสระแต่จะอดตาย"

มนุษย์ต้องการอาหาร ต้องการความสบาย ต้องการความสุขสำหรับตนเอง ต้องการในความต้องการของตนเอง  เมื่อมีความต้องการ เมื่อมีความกระหาย เขาจะไม่รู้จักคนอื่น ไม่รู้จักใคร ไม่รู้สิ่งที่อยู่รอบข้าง.. สิ่งที่ต้องการคือ ต้องตอบสนองความต้องการของตัวเองให้ได้ก่อน แล้วจึงจะมองคนอื่น

2. พระเจ้าทรงได้ยินและประทานให้
พระเจ้าตรัสว่า "เราจะบันดาลให้มีอาหารตกมาจากฟ้าเหมือนฝน ในเวลาเช้าและเวลาพลบค่ำ" "ทั้งเนื้อและอาหาร" นกคุ่มและมานนา..

บทอ่านที่ 2

1. อย่าดำเนินชีวิตโดยไร้ความคิดดังคนต่างศาสนาทำ หมายความว่าอะไร? การดำเนินชีวิตไร้ความคิด หมายถึงการดำเนินชีวิตที่มุ่งแต่ตัวเอง เอาความต้องการของตัวเองเป็นศูนย์กลาง โดยไม่มองคนอื่น โดยไม่สนใจคนอื่น ที่สำคัญ โดยไม่มองดูพระเจ้า ไม่ฟังเสียงของพระเจ้า ไม่ปฏิบัติตามหนทางของพระเจ้าที่พระองค์ทรงนำ  นี่คือการดำเนินชีวิตไร้ความคิด

2. ท่านจงถอดสภาพมนุษย์เก่า คือ ราคตัณหา ความอยากตามประสาโลก ตามประสาเนื้อหนัง ฝ่ายกาย สิ่งเหล่านี้ทำให้มนุษย์หลงไป หลงคิดว่านี่คือแก่น นี่คือสิ่งที่แน่นอน จึงแสวงหาและติดตาม นักบุญเปาโลบอก นี่คือสิ่งที่เป็นผิวเผิน เป็นสิ่งไร้ค่า เป็นสิ่งที่จะต้องผ่านไป จะต้องถอดออก อย่าหลง จะต้องมีสติ จะต้องตั้งใจอยู่ทุกๆ วัน

3. ท่านจงสวมใส่สภาพมนุษย์ใหม่ คือ สภาพแห่งความศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือ การฟังเสียงของพระเจ้า การดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้า

พระวรสาร

1. พระเยซูเจ้าตรัส

"จงหาอาหารที่คงอยู่และนำชีวิตนิรันดรมาให้"

"กิจการของพระเจ้าคือ ให้ท่านทั้งหลายเชื่อในผู้ที่พระองค์ทรงส่งมา"

"เราเป็นฟังแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย"

2. จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการฟังเสียงของพระเจ้า ไม่มีอีกแล้ว ใครที่ฟังเสียงของพระเจ้า เขาจะเดินตรงและจะได้รับความรอดพ้น

มนุษย์มักจะเรียกร้องให้พระเจ้าทรงฟังเสียงของเขา และวิธีการที่จะทำให้พระเจ้าฟังเสียงของมนุษย์ก็คือ การสวดภาวนา ซึ่งการสวดภาวนามีหลายรูปแบบ แบบทางการ และแบบส่วนตัว แบบออกเสียง และแบบสวดในใจ

มนุษย์อยากให้พระเจ้าฟังเสียงของตนเอง จึงพร่ำภาวนา ในเพลงสดุดีหลายบทที่ผู้ภาวนาขอให้พระเจ้าทรงฟังเสียงของเขา โดยเฉพาะในยามทุกข์ร้อนและในเวลาที่ยากลำบาก

พระองค์ไม่เคยปฏิเสธเสียงร้องขอของมนุษย์

เมื่อใดที่เราจะฟังเสียงของพระเจ้าบ้าง?

เสียงของพระเจ้า ตรัสผ่านทาง "พระเยซูเจ้า" ในกิจการและคำสอนของพระองค์

อีกนานเท่าใดเราจะฟังเสียงของพระเจ้า?

เวลาทุกข์? เวลาสุข? เวลาใกล้จะตาย

พี่น้อง..ศิษย์ที่แท้จริงของพระเยซูเจ้า คือ ศิษย์ที่อยู่กับพระองค์ และติดตามพระองค์