BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS �

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สมโภชพระจิตเจ้า 2020

บทเทศน์


ในวันเปนเตกอสเต..พระจิตเจ้าเสด็จลงมายังบรรดาศิษย์ที่ชุมนุมกันในห้อง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
1. มีเสียงจากฟ้าเหมือนเสียงลมแรงกล้า
2.เขาเห็นเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นแยกอยู่เหนือศีรษะทุกคน
3.เขาพูดภาษาอื่นๆตามที่พระจิตเจ้าประทานให้พูด
4. ประกาศกิจการยิ่งใหญ่ของพระเจ้า


ประเด็นสำคัญคือ

เมื่อได้รับพระจิตเจ้าแล้ว บรรดาศิษย์มีความกล้าหาญที่จะเป็นพยานยืนยันถึงพระเยซูเจ้า ด้วยการ "พูด" ด้วยการ "ประกาศ" โดยไม่กลัวสิ่งใด

ย้อนไปอาทิตย์ที่แล้ว พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ตรัสสั่งบรรดาศิษย์ให้ไปทั่วโลกประกาศพระนามของพระองค์

ดังนั้น การประกาศถึงพระเยซูเจ้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  การพูดถึงพระเจ้าจึงเป็นหน้าที่ของคริสตชนทุกคน โดยไม่มีใครละเว้น

พระจิตเจ้าจะนำเรา จะพาเรา และจะทำให้เราเข้าใจคำสอนของพระเยซูเจ้า เข้าใจพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า

กิจการยิ่งใหญ่ของพระเจ้า คืออะไร

1. การกลับคืนพระชนมชีพ

2. ความรักขอพระเจ้า

นี่คือสิ่งที่เราจะต้องประกาศ

การกลับคืนชีพ หมายถึง ชัยชนะเหนือความตาย ชัยชนะเหนือบาป ชัยชนะเหนือความชั่วร้าย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำให้พระองค์เป็นเหมือนมันได้

ความรักของพระเจ้า นี่คือแก่นแท้ของพระเจ้าที่ทรงมีต่อมนุษย์  ความรักเหมือนกับพระเจ้า เป็นความรักยิ่งใหญมาก เกินกว่าที่จะคิดได้ แต่เราสามารถสัมผัสและเข้าใจได้




วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ 2020


บทเทศน์


ภาพจาก Musei Vaticani

พี่น้องที่รัก เรายังคงอยู่ในบรรยากาศของการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า และสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 7 ในเทศกาลปัสกาและเราทำการสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะคิด ไตร่ตรองถึงชีวิตของเรา

หลังจากที่พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว พระองค์เสด็จไปที่ต่างๆ เพื่อให้บรรดาศิษย์ได้เห็น ได้สัมผัสพระองค์ เพื่อเขาจะได้เป็นพยานถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ และที่สำคัญคือ เพื่อเขาจะได้เข้าใจด้วยตัวของเขาเองว่า พระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนมชีพแล้ว

เมื่อคนหนึ่งมีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้าอย่างชัดเจนและลึกซึ้ง เขาก็จะมีคามเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น เต็มเปี่ยมในการที่จะยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นในความเชื่อของเรา ด้วยความกล้าหาญ เข้มแข็งและไม่หวั่นกลัว

บรรดาศิษย์ได้สัมผัสพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ เขาได้เข้าใจและเชื่อมั่น ในคำสอนและในพระวาจาของพระองค์ ที่สำคัญคือ เขาวางในในหนทางของพระองค์ และถือว่าหนทางที่พระองค์ทรงนำมาให้แก่พวกเขานั้นเป็นหนทางที่แท้จริงที่จะนำพวกเขาไปพบกับพระเจ้า

วันนี้ พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ พระวรสารนักบุญมัทธิวได้บันทึกไว้ เป็นคำสั่งของพระเยซูเจ้าว่า

"ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา" การประกาศพระวรสารเป็นหน้าที่ของเราทุกคน การประกาศข่าวดีเป็นธรรมชาติของคริสตชน ข่าวดีแห่งการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า ข่าวดีแห่งการช่วยให้รอดพ้นจากบาปและความตาย ข่าวดีที่มนุษย์สามารถเข้าถึงพระเจ้าได้  ประกาศแก่ทุกคน ที่อยู่รอบข้าง ใกล้ไกล คนที่ไม่รู้จักพระองค์

"จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน"  คำสอนของพระเยซูเจ้า นำทุกคนไปสู่ชีวิต เป็นชีวิตนิรันดร คำสอนของพระองค์ คือ ความรัก พระเจ้าทรงรักมนุษย์ และมนุษย์จะต้องรักกันและกันเหมือนความรักของพระเจ้า สอนทุกคนให้รู้จักความรักที่แท้จริง ความรักของพระเจ้าในชีวิตของมนุษย์ เป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องสอนและบอกด้วยชีวิตของเรา

"เราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ"  เป็นคำสัญญาของพระเจ้าที่กลายเป็นพันธสัญญาที่เป็นจริง ไม่มีหลอกลวง ไม่ต้องสงสัย พระเจ้าอยู่กับเราในทุกสถานการณ์ของชีวิต ให้มั่นใจในความรัก ให้ไว้ใจในหนทางของพระองค์ พระองค์อยู่เคียงข้างเรา ช่วยเหลือ ปกป้อง คุ้มครอง อยุ่กับเราเสมอ

"อยู่กับเรา"  เป็นคำที่มีความหมายมากที่สุด ไม่ว่าจะสุข หรือ ทุกข์ ไม่ว่าจะยากลำบาก หรือ มีปัญหาใดใด  มีผู้หนึ่งที่อยู่  ที่เคียงข้าง ที่ใกล้ชิด ไม่ถอยห่าง


พระเจ้าอยู่กับเราตลอดไป

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

พุธรับเถ้า 2020

ไตร่ตรอง


กางเขนที่หน้าผาก ทำไมจึงเป็นกางเขนสีดำ
คำตอบคือ กางเขนแห่งการไถ่บาปด้วยความรักที่ต้องผ่านความทุกข์ยากลำบาก ผ่านการทดลองทั้งภายในและภายนอก เป็นกางเขนที่เราจะต้องจดจำเสมอว่า เราเป็นเพียงฝุ่นดิน เราเป็นเพียงสิ่งสร้างที่ถูกสร้างขึ้นมาจากผงคลีดิน และจะกลับเป็นดินดังเดิม 

เริ่มต้นเทศกาลมหาพรตด้วยการตระหนักว่า “สิ่งใดสำคัญที่สุดในชีวิต” อาหารหรือ? น้ำดื่มหรือ? เสื้อผ้าหรือ? โทรศัพท์มือถือหรือ? สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งภายนอก เป็นเพียงเครื่องประกอบของชีวิต เราสามารถตัดขาดจากสิ่งเหล่านี้ได้ หากขาดส่วนประกอบ เราก็สามารถที่จะอยู่ได้ เพราะมีสิ่งอื่นมาทดแทน
สำหรับคริสตชน สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตก็คือ “พระเจ้า” นี่คือแก่นของชีวิต ไม่ใช่ส่วนประกอบ ไม่ใช่องค์ประกอบ ไม่ใช่ส่วนผสม แต่เป็นแก่นของชีวิตที่ขาดไม่ได้ เป็นแก่นที่ทำให้ชีวิตมีชีวิต พระเจ้ามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ มนุษย์ไม่สามารถที่จะเผชิญแบบหน้าต่อหน้าได้

แต่.. มีหนทางที่พระเจ้ามอบให้มนุษย์เพื่อที่จะเข้าถึงพระองค์ ทางนี้ได้รับการเปิดเผยจากพระบุตรของพระเจ้า คือ พระเยซูคริสตเจ้า พระองค์บอกมนุษย์ให้รู้จักทาง วีถีทางเพื่อมุ่งสู่แก่นแท้ของชีวิต สิ่งที่พระเยซูเจ้าบอกมนุษย์ก็คือ “จงรักกันและกันเหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงรักเรา” เป็นคำพูดที่สั้นๆ ง่ายๆ เข้าใจได้ แต่เป็นทางแห่งชีวิตที่นำไปสู่ชีวิตแท้จริง

“รักกันและกัน” ทำได้ไหม? ในเทศกาลมหาพรต มนุษย์หรือคริสตชนจะต้องทำให้ได้ และทำให้ได้มากขึ้น รักตัวเอง เอาใจใส่ดูแลตัวเองไม่ใช่เอาใจตัวเองเป็นศูนย์กลาง

รักคนอื่น เอใจใส่ ห่วงใย สนใจ ไม่ใช่เอาคนอื่นเป็นศูนย์กลาง

รักคนรอบข้าง รักเพื่อน มิตรสหาย ทำได้ง่ายมากๆ

แต่.. รักศัตรู รักคนที่เกลียดชังเรา รักคนที่ใส่ร้ายป้ายสีเรา รักคนที่ไม่น่ารัก รักคนที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับเรา รักและพร้อมทั้งให้อภัยด้วยในความผิดของเขา ทำได้ไหม?

หากคำตอบ คือ ยังทำไม่ได้ ยังรักไม่ได้ ยังให้อภัยไม่ได้.. ให้มองดู..พระเยซูเจ้ารักมนุษย์ที่ทำผิด ทำบาป คนที่ตบตี ใส่ร้าย ถมน้ำลายรด คนที่ทรมานพระองค์ คนที่ปฏิเสธพระองค์ พระองค์ให้อภัย..เพราะพระองค์ “รัก” มนุษย์ทุกคน

..ให้มองตัวเองจะเริ่มอย่างไร? จะเริ่มฝึกฝนคุณงามความดีนี้อย่างไร? ให้มองตัวเองและมองใจตัวเอง เราจะพบว่า “ไม่ยากเลยที่จะรัก เพราะเรามีความรักอยู่ในใจอย่างเต็มเปี่ยม”