BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS �

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562

อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต ปีC

บทเทศน์



ใครคือคนดี?


อุปมาเรื่องบิดาผู้ใจดี หรือ ลูกล้างผลาญ ทำให้เราได้มองเห็น “คน” ในอีกแบบหนึ่งที่เป็นความจริง ไม่สามารถแก้ตัวได้ “คน”ที่ว่านี้ มีลักษณะอย่างไร?

อย่างแรก “คน” ที่เป็นแบบลูกชายคนเล็ก ในพฤติกรรมที่แสดงออกถึง การประพฤติตนเสเพล กินเที่ยว ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย หนีออกจากบ้านเพื่อหาความสุขใส่ตัวเอง สนุกสนานในชีวิต ไม่สนใจอนาคตของตนเอง ใช้เงินซื้อทุกสิ่งเพื่อปรนเปรอความต้องการของตนเอง คนประเภทนี้ในสังคมเรียกว่า คนชั่ว คนไม่ดี ควรประนาม ควรตำหนิ หรือควรตักเตือนไหม?

อย่างที่สอง “คน” ที่เป็นแบบลูกชายคนเล็ก ในพฤติกรรมที่แสดงออก เมื่อพบเจอความทุกข์ยากลำบาก ดิ้นรน ต่อสู้ แสวงหา ทำงานหนักเพื่อเอาชีวิตให้รอด ทนทุกข์ มากมาย จากมีมาก กลายเป็นคนไม่มีอะไรเลย และเมื่อความทุกข์ถึงขีดสุด คิดถึงพ่อ คิดถึงครอบครัว คิดถึงบ้าน อยากกลับบ้าน และตั้งใจว่าจะทำตัวให้ดี ตั้งใจจะกลับเนื้อกลับตัว ตั้งใจจะไม่ทำความเดือดร้อนอีก ตั้งใจ ด้วยความสำนึกที่แท้จริง  คนประเภทนี้สังคมเรียกว่า คนชั่วกลับใจ  ควรให้อภัยไหม? ควรให้โอกาสอีกสักครั้งไหม?

อย่างที่สาม “คน” ที่เป็นแบบลูกชายคนโต ในพฤติกรรมที่แสดงออก ดำเนินชีวิตอยู่กับพ่อ ทำงานให้กับพ่อ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่ทำให้พ่อเสียใจ ขยันทำงานตามหน้าที่ ทำงานด้วยความรับผิดชอบ อยู่บ้านดูแลพ่อ คนประเภทนี้ในสังคมเรียกว่า คนดี ควรได้รับการยกย่อง ควรได้รับการสรรเสริญ

อย่างที่สี่ “คน” ที่เป็นแบบลูกชายคนโต ในพฤติกรรมที่แสดงออก อิจฉาน้องชายที่กลับมา ตำหนิพ่อที่ให้โอกาสน้องตัวเอง ไม่ยอมให้อภัยน้องที่ทำผิด น้อยใจและผิดหวังกับการแสดงออกของพ่อที่มีต่อน้องชาย ไม่ยอมรับน้องชาย หรือ รับไม่ได้กับพฤติกรรมที่น้องกลับใจ คนประเภทนี้สังคมเรียกว่า คนใจแคบ คนขี้อิจฉา ควรประนามไหม?

อย่างไรก็ตาม พ่อก็รักลูกทั้งสองคน พ่อก็รักลูกทุกคน แบบอย่างความรักของพ่อที่ให้แก่ลูกๆ ก็คือ ความรักที่ไม่มีขอบเขต ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ความรักที่พร้อมจะให้อภัยเสมอ ไม่มีขีดจำกัด แม้ว่าลูกชายคนเล็กจะทำตัวเสเพล แต่ก็ยังรอคอยให้เขากลับเนื้อกลับตัว และดีใจที่ลูกกลับมาบ้าน แม้ว่าลูกชายคนโตจะอยู่ด้วยกันและต่อว่าพ่อ แต่พ่อก็รอคอยให้เขาเข้าใจความรักของพ่อที่มีต่อลูกๆทุกคน

นี่แหละ ความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562

นโยบายปฏิบัติ ปีการศึกษา2562





นโยบายปฏิบัติ
โรงเรียนเซนต์ยอแซฟมุกดาหาร
ปีการศึกษา 2562

“ก้าวไปด้วยกัน”  “Walk together”

ใครก้าว? (บุคคล)          คณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง พนักงาน
ก้าวไปไหน? (เป้าหมาย)   ก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ (คุณธรรม ความรู้ ความสุข)
ก้าวอย่างไร? (วิธีการ)     มองภายใน (ตนเอง) มองภายนอก (สังคม-โลก) และลงมือทำด้วยกัน
ก้าวทำไม? (แรงจูงใจ)     เพื่อพัฒนา เติบโตและมีชีวิตที่ดี

"I Can Do Things You Cannot, You Can Do Things I Cannot;
Together We Can Do Great Things." – Mother Teresa

คณะผู้บริหารและหน้าฝ่ายทุกฝ่ายร่วมมือทำงานด้วยกันในการพัฒนาโรงเรียน  ทุกระดับชั้นและทุกกลุ่มสาระจะต้องสนับสนุนและส่งเสริมกันและกัน ทุกคนงานทำตามหน้าที่ของตน เพื่อความดีของส่วนรวม

1.      ฝ่ายธุรการ-การเงิน  เก็บรักษา หาเงินทุน สร้างผลกำไร  ทำอย่างไรเพื่อโรงเรียนมีเงินอย่างเพียงพอต่อการพัฒนาบุคลากรและสภาพแวดล้อม

2.      ฝ่ายบริหารงานทั่วไป  สภาพแวดล้อมสะอาดเป็นระเบียบ  ทำอย่างไรที่จะจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ นักเรียนเรียนมีความสุข ครูสอนมีความสุข

3.      ฝ่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาและบุคลากร  สร้างพลังใจและพัฒนาศักยภาพ ทำอย่างไรที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับโรงเรียน ครูมีคุณภาพ นักเรียนมีความ

4.      ฝ่ายวิชาการ     นักเรียนอ่านออกเข้าใจ เขียนได้เขียนสวย  และทุกสนามแข่งขันจะต้องได้รางวัล สร้างจุดเด่น ทุกคนยอมรับ

5.      ฝ่ายกิจการนักเรียน       ระเบียบวินัยและความเงียบ หล่อหลอมระเบียบวินัยให้ครู นักเรียนและผู้ปกครอง

6.      ฝ่ายปฐมวัย      ใจดีกับนักเรียน ให้เกียรติกับผู้ปกครอง  แต่ใช่ไม่ตามใจนักเรียน หรือเอาใจผู้ปกครอง



  ลงวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2562

  



  บาทหลวงวิโรจน์  โพธิ์สว่าง
ผู้จัดการโรงเรียนเซนต์ยอแซฟมุกดาหาร



วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562

อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต ปี C




บทเทศน์
อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต ปี C



พี่น้องที่เคารพรัก ในวันอาทิตย์สัปดาห์นี้ พระวาจาของพระเจ้าต้องการเน้นย้ำให้คริสตชนดำเนินชีวิตตามหนทางของพระเจ้า เพื่อจะได้รับการอวยพร และเพื่อจะได้มีชีวิตในพระองค์

บทอ่านที่1 ได้พูดถึงตัวอย่างของบุคคลที่เชื่อฟังพระสรเสียงของพระเจ้า นั่นคือ อับราม หรือ อับราฮัม บุรุษผู้เปี่ยมไปด้วยความเชื่อและความวางใจในพระเจ้า วันนี้เราได้เห็นพระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับอับรามว่า พระองค์จะทำให้เชื้อสายของอับรามทวีจำนวนมากมายดุจดวงดาวบนท้องฟ้า และมอบแผ่นดินที่อุดมไปด้วยน้ำนมและน้ำผึ้งให้เป็นมรดกสำหรับลูกหลานของเขา

พระเจ้าได้อวยพรอับราม เพราะความเชื่อฟัง เพราะการดำเนินชีวิตตามหนทางของพระเจ้า เพราะมอบชีวิตไว้ในความดูแล และนำทางของพระเจ้า

ตัวอย่าง ชัดเจน ตั้งแต่ พระเจ้าทรงเรียกอับรามออกจากครอบครัว คำสัญญาว่าจะให้มีบุตร แม้จะต้องใช้เวลานานก็ตาม การนำอิสอัคเป็นเครื่องบูชา กิจการเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยความเชื่อฟัง การฟังเสียงของพระเจ้าเท่านั้น จึงจะเกิดขึ้นได้

ในพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงพาศิษย์ขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงแสดงพระพักตร์ในลักษณะที่งดงาม รุ่งโรจน์ มีแสงเจิดจ้า เสื้อผ้าเปลี่ยนไปขาวสะอาด และประกาศกอิสยาห์ กับ โมเสสได้ปรารฎมาสนทนาร่วมกับพระเยซูเจ้า สิ่งสำคัญที่น่าคิดไตร่ตรองก็คือ เปโตรเมื่อเห็นพระเยซูเจ้า โมเสส และเอลียาห์ เขาเห็นความสุข อยากจะสร้างพับพลาขึ้น 3 หลัง เพื่อจะได้อยู่ที่นี่ ไม่ต้องไปไหน

ในเหตุการณ์นี้มีความหมายว่า บรรยากาศแห่งความสุขสามารถพบได้จาก การที่มนุษย์ฟังเสียงของประกาศก นั่นคือเอลียาห์  นั่นคือ การฟังเสียงความถูกต้อง ฟังเสียงของความจริง  นอกจากนี้มนุษย์จะพบความสุขได้จากการทำตามกฎเกณฑ์ กฎหมาย ระเบียบวินัย (โมเสส) เพราะนี่คือพระประสงค์ของพระเจ้าที่มอบให้มนุษย์ ให้มนุษย์ดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและตามหนทางของพระเจ้า

เพราะเหตุนี้ มนุษย์จะสัมผัสความสว่าง รุ่งโรจน์ ได้ต้องผ่านการถือกฎระเบียบ พระบัญญัติ ต้อเปลี่ยนแปลง กลับใจดำเนินชีวิตามพระประสงค์ขอพระเจ้า

และสุดท้ายสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ “ท่านผู้นี้เป็นบุตรของเรา..จงฟังท่านเถิด”  นี่คือเสียงสำคัญที่สุด นี่คือความเป็นจริงที่เราจะต้องดำเนินชีวิต ในการฟังเสียงของพระเจ้า

ฟังเสียงของพระเจ้า และนำไปปฏิบัติตาม แล้วเราจะสัมผัสกับความสุข

นักบุญเปาโล ย้ำชัดและยืนยันอย่างชัดเจน ให้เรายึดองค์พระคริสตเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิต ให้ยึดพระเยซูเจ้าไว้ และดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ทรงสอน แล้วจะได้รับชีวิตนิรันดร