BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ประกันคุณภาพการศึกษา2019



วันเสาร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2019 ณ โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร








การประกันคุณภาพการศึกษา

เรียน     คณะครู อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน

ผม บาทหลวงวิโรจน์  โพธิ์สว่าง เป็นนักบวช บาทหลวง หรือ พระสงฆ์สังกัดอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง เป็นผู้จัดการโรงเรียนเซนต์ยอแซฟมุกดาหาร และเป็นประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนมุกดาหาร ก่อนอื่นขอขอบคุณท่านผอ.ดนย์ ศรีวิชัย ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่ได้เชิญผมมาเป็นประธานเปิดและบรรยายพิเศษในวันนี้ในเรื่องเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา ก็คงไม่ใช่การบรรยาย แต่จะเป็นการเล่าประสบการณ์และนำความคิดอีกลักษณะหนึ่งมากกว่านะครับ

ที่จริงแล้ว ผมก็เพิ่งเข้ามาสู่แวดวงการศึกษาได้ไม่นาน เพราะเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการโรงเรียนเซนต์ยอแซฟมุกดาหารในปีนี้ แต่ก่อนนั้น ผมก็อยู่ในแวดวงของการศึกษาในแบบของการเป็นผู้ให้การอบรมคือ เป็นอธิการบ้านเณร (Seminarium) อบรมสามเณร เตรียมสามเณรให้เป็นบาทหลวง เป็นระยะเวลานานพอสมควร จึงทำให้เห็นว่า การอบรมคน การสร้างคน การขัดเกลาจิตใจของคนนั้นยาก และต้องใช้เวลานาน ต้องมีเป้าหมาย มีกระบวนการ มีวิธีการที่ชัดเจน ที่สำคัญจะต้องมีการประเมินเสมอๆ

ในโลกของความเป็นจริง เราพบว่า ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมต้องมีหลักประกัน มีใบรับประกัน มีผู้ค้ำประกัน เป็นการยอมรับในคนๆ นั้น สิ่งนั้น ๆ สถาบันนั้นๆ

คุณพ่อครับ ผมเป็นคนดี ดีไหมครับ? คุณพ่อก็ตอบว่า ดีสิลูก ทำไมหรือ? ผมเก็บเงินได้แล้วส่งครู? ส่วนเพื่อนผมเขาเก็บเงินได้ ไม่ส่งคืนแต่ไปซื้อไอศกรีมกิน เขาอิ่ม แต่ผมหิวครับ เราจะอธิบายอย่างไรว่า ความดีเป็นหลักประกันให้กับคนดี

ซื้อสินค้าดีต้องมีใบประกัน  เช่น ซื้อสร้อยคอทองคำ มีการรับประกันว่า ดี แท้ ทองแท้ 100 เปอร์เซ็น  ไม่ลอกไม่ดำ (ลอกเมื่อไหร่ ดำเมื่อนั้น)

แม้แต่การยืมเงินกันและกัน ก็ยังต้องมีคนค้ำประกัน เพื่อยืนยันว่าจะ จ่ายคืนแน่นอน (คนค้ำประกันจ่ายคืนแน่นอน) เป็นต้น

สถานศึกษาก็เช่นกัน ก็ต้องมีการประกัน ประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งหลายโรงเรียนผ่านการประเมินรอบ 3 มาแล้ว และกำลังจะประเมินรอบ 4 เป็นเหมือนหลักประกันคุณภาพความดีงามของสถานศึกษาของเรา หลายโรงเรียนกลัวการประเมินทำไมจึงเป็นเช่นนั้น (คำถาม)

ความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา

การประกันคุณภาพการศึกษา ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม ผู้อยู่นอกวงการ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับการพัฒนา การอบรมคนให้เป็นคน ที่พูดเช่นนี้ เพราะว่า การศึกษาอบรมนั้นสำคัญต่อการสร้างคนให้เป็นคนที่ดีมีคุณภาพต่อคนอื่น คนรอบข้าง สังคม และประเทศ 

ผมมองว่า การประกันคุณภาพการศึกษา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ทั้งการประกันคุณภาพภายในและภายนอก เพราะการประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การรับประกันชีวิตของคนหลายคนที่อยู่ในสถานศึกษาของเราด้วยว่า เขาจะเป็นคนอย่างไร? เพราะว่า เด็กๆ เรียนรู้ ซึมซับบรรยากาศ การดำเนินชีวิต  การเอาตัวรอดนั้น ล้วนมีประสบการณ์มาจากสถานศึกษา

เช่น คำขวัญของบางโรงเรียนที่ว่า กีฬาดี กีฬาเด่น เน้นกีฬา คุณครูคิดว่า นักเรียนที่เรียนในแห่งโรงเรียนนี้เป็นอย่างไร?  หรือ เรียนดี กีฬาเด่น เน้นค่าเทอม คิดว่านักเรียนจะเป็นอย่างไร? ผู้ปกครองจะคิดอย่างไร?

เด็กๆ จะซึมซับและดำเนินชีวิตในบรรยากาศของโรงเรียน เพราะเขาจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียน จะกลายเป็นคำขวัญของโรงเรียน และกลายเป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน

นี่คือตัวอย่างที่บอกว่า การศึกษาหมายถึงหลักประกันชีวิตของนักเรียนว่าโตขึ้นจะเป็นอย่างไร?

เมื่อพูดถึงการการประกันคุณภาพการศึกษา

ทำไมผู้บริหาร ครูหลายคนจึงรู้สึกเหนื่อย รู้สึกหวาดกลัว เพราะไม่พร้อมหรือเปล่า? เพราะกลัวไม่ได้มาตรฐานหรือเปล่า?

ผมอยากจะเชื้อเชิญให้คุณครูทุกท่านได้เห็นความสำคัญของการประเมินคุณภาพการศึกษาและให้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่า ของดี ต้องมีหลักประกัน

การประกันคุณภาพการศึกษาเหมือนเป็นการที่ทำให้เราหันมามองตัวเองว่า เรามีทิศทาง มีแบบแผน มีมาตรฐานที่สอดคล้องและตรงกับสากลหรือไม่?  หากไม่ตรงก็ต้องปรับ หากดีอยู่แล้วก็รักษาไว้ พัฒนาให้ก้าวหน้าไปอีก
กรประกันคุณภาพการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเริ่มต้นจากการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เริ่มต้นจากตนเองเสียก่อน ทุกโรงเรียนจำเป็นต้องทำ โดยไม่ต้องรอให้ สมส. มาตรวจสอบ ว่าโรงเรียนนี้เป็นอย่างไร? ต่ำกว่ามาตรฐาน สูงกว่ามาตรฐาน เพราะทุกสถานศึกษาจำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถืออยู่เสมอ นั่นคือ จะต้องมีเครดิต คือ ความน่าเชื่อถือ ความน่าไว้วางใจจากผู้ปกครองอยู่แล้ว

การประกันคุณภาพการศึกษา ผมอยากจะให้ครูทุกคนมองว่า การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นการมองดูตัวของคุณครูเอง ผู้สร้างคน สร้างนักเรียน ผู้ปูพื้นฐานชีวิตให้กับเด็กนักเรียน

ไม่อยากให้มองว่า การประกันคุณภาพเป็นเรื่องของ กระดาษ ตัวหนังสือ สถานที่ ตึกอาคาร สิ่งก่อสร้าง นั่นเป็นเรื่องภายนอก

อยากจะให้ครูมองที่ตัวเอง ประเมินตัวเอง รับรองตัวเอง ว่าอยู่ในระดับไหน? มีคุณภาพระดับดีเยี่ยม ระดับดี ระดับพอใช้ หรือ ต้องปรับปรุง

ในการอบรมคนคนหนึ่งเพื่อให้เป็นคนที่มีคุณภาพ ทางศาสนาคริสต์ก็มีหลักการอบรมที่ว่า PPF ( Personal Program Formation) หมายถึง กระบวนการอบรมส่วนตัว หรือเรียกว่า การอบรมตนเอง (Self Formation) นั่นคือ แต่ละคนจะต้องมองดูตัวเอง พิจารณาตัวเองให้มากเสียก่อน ทำตัวเองให้ดี ประพฤติปฏิบัติ มีระเบียบวินัยที่มาจากตัวเอง ครองตัวเองให้อยู่ในกฎในระเบียบของส่วนรวม เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือ ผู้มีอำนาจจะตัดสินเราผ่านทางการกระทำของเราเอง

ผมอยากให้ครูทุกคนมองโรงเรียนเป็นเสมือนบ้านของตนเอง โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนของเรา มองนักเรียนเหมือนกับลูกหลานที่เราจะต้องช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูบ้านของเราให้สะอาด ให้เป็นระเบียบ ให้เรียบร้อย จัดบ้านให้เป็นระบบ จัดบ้านให้มีระเบียบ ด้วยการร่วมมือร่วมใจกัน

ผมอยากจะให้คุณครูมองเพื่อนครูด้วยกันเป็นเสมือนญาติพี่น้องกัน ที่จะต้องคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ทำให้หน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน นี่จะเป็นภาพของการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี

โรงเรียนถูกเรียกว่าบ้าน บ้านจะถูกเรียกว่าครอบครัว เมื่อสมาชิกในบ้านมีภาษาเดียวกัน คือ ภาษาของความรัก และความสุขก็ย่อมเกิดขึ้น ในครอบครัว ในบ้าน ในโรงเรียน เช่นนี้แล้ว รัฐบาลจะประเมินกี่รอบกี่รอบ โรงเรียนเอกชนของเราก็ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะสิ่งที่เราทำนั้นสร้างคุณค่าแก่นักเรียน

ผมเห็นด้วยกับความคิดของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่ว่า คณะกรรมการประกันคุณภาพของสถานศึกษาเป็นการเป็นเหมือนผู้แนะนำ ผู้ให้คำปรึกษา ชี้แนะแก่สถานศึกษา ให้กำลังใจสถานศึกษาที่ทำได้ดีเยี่ยม ให้รักษาต่อไป จุดไหน สิ่งไหนที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ก็ให้จัดการแก้ไข หาวิธีมุ่งไปสู่เป้าหมาย คณะกรรมการเป็นเพียงผู้กระตุ้นให้สถานศึกษาตื่นตัวอยู่เสมอ

เมื่อก่อน คณะผู้บริหารโรงเรียนจะกลัวการประเมินสถานศึกษา กลัวว่าจะไม่ผ่านมาตรฐานตามที่กำหนด กลัวมาก  ผมคิดว่า หากแต่ละโรงเรียนมีคุณภาพภายในที่ดีที่เข้มแข็ง คือมีหลักประกันการเรียนการสอนที่ชัดเจนแล้วการประเมินก็ไม่น่ากลัว

จงตื่นเฝ้าระวังให้ดีเถิด  (มีหญิง 10 คนออกไปรอรับเจ้าบ่าว เพื่อเข้าร่วมงานวิวาห์ มี 5 คนเป็นคนโง่ และ 5 คนเป็นฉลาด หญิงโง่มีตะเกียง แต่ไม่ได้นำน้ำมันสำรองไปด้วย เมื่อถึงเวลาดึกเจ้าบ่าวมา หญิงโง่พูดกับหญิงฉลาดว่า ขอน้ำมันให้เราบ้าง ตะเกียงของเราจะดับแล้ว หญิงฉลาดตอบว่า อาจมีไม่พอสำหรับเราและเธอ ไปตลาดไปซื้อเอาเองดีกว่า หญิงที่เตรียมพร้อมได้เข้าสู่งานวิวาห์ ส่วนหญิงที่ไม่เตรียมพร้อมก็พลาดงานยินดี)

การจัดการประกันคุณภาพสถานศึกษาภายใน เป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนอื่นหมด ไม่ต้องรอ ไม่ต้องทำผักชีโรยหน้า เพราะการศึกษาของโรงเรียนเอกชนจะต้องพร้อมเสมอเหมือนกับหญิงฉลาดที่มีตะเกียงจุดอยู่และมีน้ำมันสำรองด้วย

สุดท้าย เป็นบุญของเราที่ได้ทำหน้าที่เป็นครู เป็นผู้ให้ความรู้ เป็นผู้ปูพื้นฐาน วางรางฐานชีวิตของคนคนหนึ่ง อบรม หล่อหลอมให้คนหนึ่งเติบโตอย่างบูรณาการทั้งครบ ร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ

ขอให้บุญนี้ นำความสุข ความเจริญมาสู่คุณครูทุกท่านครับ

สวัสดีครับ


0 ความคิดเห็น: